Patcharavej Clinic

รักษาหลุมสิว รอยสิว: 6 วิธีรักษารอยแผลเป็นสิวให้เห็นผล

Contents

         แผลเป็นสิวหรือหลุมสิว มักเกิดขึ้นหลังจากที่สิวอุดตันหรือสิวอักเสบหายแล้ว สามารถเป็นได้ทั้งรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิว ซึ่งในช่วงที่เป็นสิวนั้นหากเกิดสิวอักเสบขนาดใหญ่ เช่น สิวหัวช้าง จะยิ่งมีส่วนทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่รักษาได้ยากขึ้นเช่นกัน โดยวิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะของรอยแผลนั้น 

ชนิดของรอยแผลเป็น

รักษาหลุมสิว

รอยดำ รอยแดง

    เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมผิวของร่างกายหลังจากสิวหาย ร่างกายผลิตเม็ดสีผิวเมลานินจำนวนมาก จึงเกิดรอยคล้ำ/ดำขึ้นได้ ส่วนใหญ่รอยจะจางลงได้เองแต่อาจใช้เวลานาน

หลุมสิว

     เกิดจากการซ่อมแซมผิวในชั้นที่ลึกขึ้น ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้น้อยจนทำให้กลายเป็นหลุมหลังจากสิวหาย มักเกิดจากสิวอักเสบขนาดใหญ่เช่น สิวหัวช้าง

ลักษณะของหลุมสิวมี 3 ประเภท

  • Rolling scar มักเกิดจากสิวอักเสบยุบตัวลง มีลักษณะตื้น เป็นแอ่งทรงคล้ายกระทะ
  • Boxed scar ลักษณะหลุมเป็นทรงกล่อง รอยมีขนาดใหญ่ มักเกิดจากสิวอักเสบที่ลามเป็นวงกว้างและมีพังผืดในชั้นหนังแท้
  • Ice picked scar ลักษณะหลุมจะลึก ทรงเหมือนกรวย มักเกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตัน เป็นประเภทที่รักษายากสุด
รักษาหลุมสิว

การรักษา

  1. ยาทา : เช่น ยากลุ่มวิตามินเอ วิตามินซี niacinamide เป็นต้น สามารถช่วยลดรอยดำคล้ำจากสิวได้
  2. การลอกผิวชั้นบน (chemical peeling) : เพื่อให้เกิดการสร้างผิวชั้นบนใหม่ขึ้นมา แต่ไม่สามารถรักษาหลุมสิวลึกได้
  3. การฉีดฟิลเลอร์ (fillers) บริเวณหลุมสิว: มักใช้กับรอยหลุมสิวที่ไม่มีพังผืดยึดใต้ผิว
  4. การแต้มกรดด้วยวิธี TCA Cross บริเวณหลุมสิว โดยเฉพาะกับ ice pick scars: 
    ใช้กรด TCA รักษาหลุมสิวลึกให้ตื้นขึ้น 
  5. การใช้เข็มตัดพังผืดใต้หลุมสิว (Subcision) ตัดผังผืดที่ยึดในแนวตั้ง: เพื่อให้ผิวเกิดการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ มักใช้กับหลุมสิวประเภท rolling และ boxcar scars ที่มีการยึดรั้งด้านใต้หลุมมาก
  6. การฉีดสารกลุ่ม Skin booster เช่น polynucleotide หรือสารกลุ่ม biostimulator เช่น PDLLA, PCL, PDO ช่วยให้กระตุ้นเกิดการซ่อมแซมของแผลเป็นใหม่ เกิดคอลลาเจนใหม่ ผิวเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
  7. การผ่าตัด สำหรับหลุมสิวที่ขนาดใหญ่และลึกบางชนิด การตัดออกและเย็บผิวใหม่ เช่น punch excision, punch elevation อาจเป็นวิธีที่รวดเร็วมากขึ้น โดยหลังทำจะเกิดเป็นแผลเป็นยาวๆเล็กๆแทนและสามารถใช้เลเซอร์ในการช่วยเกลี่ยผิวให้เรียบเนียนได้ดีกว่า

การรักษาด้วยเครื่องพลังงาน Energy based devices

  • Picosecond laser (โปรแกรม Picosure) ด้วยเทคนิคของการกระตุ้นให้เกิด LIOB จะช่วยลดทั้งรอยดำ รอยแดงได้อย่างรวดเร็ว และกระตุ้นหลุมสิว แผลเป็นได้หลายชนิดให้ดีขึ้นชัดเจน พักฟื้นเร็ว
  • Microneedling RF (โปรแกรม Sylfirm X) ด้วยการปล่อยพลังงาน radiofrequency ผ่านปลายเข็มเล็กมากๆลงไปใต้ผิว หลุมสิว กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ เห็นผลรวดเร็ว พักฟื้นใช้เวลารวดเร็ว
  • Fractional CO2 laser (CO2 laser) แสงเลเซอร์ความยาวคลื่น 10600 nm ที่เป็นการรักษา Gold standard สำหรับหลุมสิว ลงได้ลึก เจาะผิวเป็นรูเล็กๆบริเวณแผลเป็น ช่วยกระตุ้นให้เกิดการรักษาผิวใหม่ คอลลาเจนใหม่ ข้อเสีย – พักฟื้นนานกว่าวิธีอื่น มีโอกาสเกิดรอยแดง ดำ หลังทำสูงกว่าสำหรับผิวคนเอเชีย
  • เลเซอร์รอยแดง (โปรแกรม Aileen) ลดรอยแดงสิวให้ลดลงได้อย่างรวดเร็ว ลดการอักเสบ ด้วยการจับกับเม็ดเลือด เส้นเลือดบริเวณรอยแดง หรือแผลเป็น ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้เบาๆ ลดความเสี่ยงที่รอยแดงจะกลายไปเป็นหลุมสิว ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ 
  • New generation Q-switched Nd:YAG laser (โปรแกรม Miin laser) ด้วยเทคนิคหัวยิง micro lens array กระตุ้นให้เกิด Laser-induced cavitation ใต้ผิว ทำลายผังผืด อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ หลุมสิวตื้นขึ้น ได้ผลเทียบเท่า/ใกล้เคียง/ดีกว่า picosecond laser ลดรอยดำและรอยแดงไปพร้อมกัน พักฟื้นน้อย
  • HIFU (โปรแกรม HIFU-Ultracel Q plus) อาศัยคลื่นเสียงความถี่สูงที่โฟกัสหลังงานลงใต้ผิวชั้นตื้น เกิดเป็นความร้อนจุดเล็กๆ ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซม สร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว ช่วยให้ผิวกระชับและหลุมสิวค่อยๆตื้นขึ้น ฟักฟื้นเร็ว 
  • Water jet – needle free drug delivery system เช่น Curejet ใช้หลักการของการดันยา/ของเหลวด้วยแรงดันสูงเข้าไปใต้ผิวโดยไม่มีการใช้เข็ม เกิดคลื่นกระแทกช่วยสลายผังผืดใต้แผลเป็น และตัวยาจะกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมผิวใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Air subcision หรือเครื่องที่ใช้แก็ส Co2 ในการตัดผังผืดใต้แผลเป็นและฉีดสารกระตุ้นต่างๆลงไปพร้อมๆกัน ช่วยให้แผลเกิดการซ่อมแซมตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ
      วิธีการรักษารอยแผลเป็นนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะรอยแผลของคนไข้ ส่วนใหญ่มักต้องอาศัยการรักษาร่วมกันหลายวิธีและใช้เวลานาน บางวิธีอาจจะไม่เหมาะกับสภาพผิวและส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดกับคนไข้แต่ละท่าน ควรให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้ประเมิน
 

Before & After

What people are saying

ปรึกษาปัญหาผิวกับแพทย์